ประวัติ

ประวัติบ้านหนองบัวสร้าง

ปู่เซียงเหนือ(จัน)  ชินสุริย์  (ลักษณะคนรูปร่างสูงใหญ่ พูดเร็ว  คล่องแคล่ว ว่องไว เป็นคนบ้านนางัว ) ชอบล่าสัตว์ เคยมาล่าสัตว์บริเวณป่า(ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านหนองบัวสร้างในปัจจุบัน)  เนื่องจากป่าเป็นป่าทึบ มีสัตว์น้อยใหญ่จำนวนมาก เช่น กวาง  เก้ง มั่ง  จอนฟอน กระรอก กระแต หมาจิ้งจอก ไก่ป่า ฯลฯ  นอกจากนั้นบริเวณรอบป่าแห่งนี้ยังมีหนองน้ำอยู่มากมาย  เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เหล่านั้น ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำก็ไม่แพ้สัตว์ป่า  ประกอบกับความงาม เขียวขจีของจอก แหน ผือ ต้นกก ต้นอ้อ  สลับกับต้นหญ้าที่ลอยอยู่ตามน้ำคำ(น้ำไม่แห้งไม่ว่าน่าฝนหรือน่าแล้ง)  นอกจากความเหมาะสมดังกล่าวแล้ว  ยังเห็นสภาพบ้านเก่า บ้านร้าง หรือเรียกว่า “โนนบ้านฮ้าง”  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกห่างจากป่าแห่งนี้ประมาณ ๑ กิโลเมตร จึงมีความคิดว่าเหตุใดบ้านจึงร้าง  อยากจะทดลองมาอยู่บ้าง
 ปู่เซียงเหนือ ถือเอาฤกษ์งามยามดี  ปีระกา  เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีพุทธศักราช ๒๔๕๒ ตัดสินใจมาปลูกสร้างบ้านเป็นครั้งแรก (บริเวณบ้านลุงเกษรหรือเกง  นาโควงค์ ใกล้กับต้นโพธิ์ต้นใหญ่ในปัจจุบัน) ลูกชายคนโตที่ติดตามมาอยู่ด้วยได้แก่ นายสิมมา  ชินสุริย์  และน้องสาวชื่อนางนวล(เป็นลูกปู่มี เป็นแม่ตาคำ)  ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็น “นาโควงค์” ตามวงศาคณาญาติไทบ้านนางัว  นายสิมมา ขณะนั้นยังเป็นโสด  มาอยู่ครั้งแรกลำบากมาก เนื่องจาก ยังไม่คุ้ยเคยกับพื้นที่ ยังไม่รู้จักช่องทางทำมาหากิน  ข้าวไม่มีจะกิน ถึงกับไปขอกับญาติที่บ้านหนองหอย  ความเป็นญาติพี่น้องกับชาวบ้านหนองหอยจึงมีมาตั้งแต่นั้น     ปู่พยายามพาลูกสับส่าว ขุดดิน ทำไร่ ทำนา บริเวณหนองคก  ได้ขุดบ่อน้ำส้างขึ้นเป็นครั้งแรก ชื่อว่า “ส้างหนองคก” มาจนถึงทุกวันนี้  เป็นส้างหิน น้ำใส เย็น กินแซบ ..ขอเล่าถึงความพยายามของท่านดังนี้ คือ ใช้จอบ เสียม ขุดส้างได้ ๒ วัน พบหินดาน ขุดต่อไม่ได้ คิดว่าใต้หินบาดาลคงมีน้ำจำนวนมาก  จึงเดินทางไปซื้ออีเต้อหรืออีจิกในเมืองสกลนคร ในราคา ๔ บาท มาเจาะเป็นวันที่สามก็ยังไม่พบ พอถึงวันที่สี่ ทะลุถึงอุโมงค์น้ำ  รูน้ำไหลพุ่งออกมาเท่าลำตาล   ปู่รีบปีนขึ้นจากบ่อเกือบไม่ทัน เมื่อได้น้ำแล้วจึงไปชักชวนแม่อุ้ยไข่ บุตราช ซึ่งเป็นป้า(ลูกพี่สาวของปู่เซียงเหนือ)จากบ้านนางัวมาอยู่ด้วย  ประกอบกับคุณป้าก็ไม่มีไร่มีนา
 เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๕๒ แม่อุ้ยไข่ พาลูกชายคนโตชื่อ “นายก่อง บุตราช” มาอยู่ด้วย อพยพครอบครัวขนเครื่องใช้ เครื่องครัว เดินทางโดยทางท้าวผ่านบ้านนาคอย  ข้ามลำน้ำอูนขึ้นฝั่งที่บ้านสนามบิน  จากนั้นก็เดินทางลัดมาทางบ้านโคกสะอาด  ถึงหนองคก มาพักค้างแรมอยู่กับปู่ ๑ คืน เช้าวันรุ่งขึ้นจึงไปทำเลอยู่ เลือกได้ทางทิศตะวันออกห่างจากบ้านปู่ประมาณ  ๒๐๐ เมตร  ครั้งแรกปลูกสร้างอยู่ชั่วคราว(เฮือนย้าว) หลังคามุงหญ้าฝาแถบตอง(บ้านคุณแต่งอ่อนในปัจจุบัน)   ต่อมาไม่นานเมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๔ แม่อุ้ยก็ได้ลูกชายคนสุดท้องชื่อ “เป  บุตราช” เมื่ออยู่ไประยะหนึ่งลูกๆจึงพากันทำเป็นบ้านถาวร
 นอกจากครอบครัวปู่เซียงเหนือ และแม่อุ้ยไข่แล้ว ยังมีจารย์สิงห์  นาโควงค์  ได้ลูกชายคนเดียวชื่อ “อึ้ม” หรือ  “ตาอึ้ม”  แรกทีเดียวไม่กล้ามาอยู่ด้วยเนื่องจากกลัวผี(ผีนกกะหลอ)  ปู่สัญญาว่าจะแบ่งที่ดิน
ให้ทำนา  จึงตกลงมาอยู่ด้วย  สร้างบ้านเรือนอยู่ทางทิศใต้ห่างจากบ้านแม่อุ้ยไข่  ประมาณ ๒๐๐  เมตร (บ้านลุงเพียร  นาโควงค์ ในปัจจุบัน)  ปู่แบ่งที่ดินให้ทำนาทางทิศตะวันตกของหนองคก……ต่อมาได้ชักชวนปู่อาจสามารถ(พ่อเฒ่าบุตร  บุตราช เป็นพ่อลุงจารย์ผาย ) ทีแรกก็ไม่อยากมาอยู่ด้วย เนื่องจากกลัวผีนกกะหลอ
เหมือนพ่อตาอึ้ม  ปู่จึงสัญญาว่าจะแบ่งที่ให้ทำนา จึงได้มาปลูกสร้างบ้านห่างจากบ้านปู่ประมาณ ๕๐ เมตร
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้(บ้านตั้งอยู่ระหว่างบ้านนายไช ไกรสรวงค์ กับบ้านลุงจารย์ผายในปัจจุบัน)  เมื่อมาอยู่จริงๆท่านก็แบ่งที่ให้ได้ทางทิศตะวันออกของหนองคก
 เป็นอันว่าระยะแรกมีบ้านเรือน ๔ หลัง  ได้แก่บ้านปู่เซียงเหนือ  บ้านแม่อุ้ยไข่  บ้านพ่อจารย์สิงห์  และบ้านปู่อาจสามารถ  ต่อมาพ่อพรหมบุตร ไชมะโย ก็มาอยู่ด้วย ได้ที่นาหนองซ้งแมว  ปลูกสร้างบ้านอยู่ทางทิศใต้ของบ้านปู่เซียงเหนือ ห่างประมาณ ๑๐๐  เมตร (บ้านลุงเคน   ในปัจจุบัน)  บ้านทั้ง ๕ หลังนี้ ปลูกสร้างอยู่ท่ามกลางป่าไม้ทึบ เหมือนป่าดงดิบ   ในช่วงกลางคืนจะเงียบสงัด เห็นแต่แสงกระบองที่มองเห็นจากบ้านเหล่านี้ เล็ดลอดให้เห็นตามช่องไม้ ประกอบกับเสียงแมงไม้ป่า ที่น่ากลัว คือ “เสียงนกกะหลอ”  เสียงนกกะหลอเป็นเสียงหวยหวย เยือกเย็น ยิ่งดึงเสียงยิ่งชัดเจนขึ้น  น่ากลัวมากขึ้น เหมือนเรียกร้องหาคนตาย  เรียกร้องเอาขวัญคนมาอยู่กับมัน…เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้ง ๕ ครอบครัว กลัวมาก อยากจะกลับไปอยู่บ้านนางัวเหมือนเดิม  แต่ด้วยความเป็นคนใจเข้มแข็งของปู่เชียงเหนือ        จึงไปชักชวนพ่ออุ้ยโยน นาโควงค์      พ่ออุ้ยพรม(พ่อเฒ่าขี้เสือ)  ไชมะโย  มาอยู่ด้วย  พ่ออุ้ยโยนปลูกสร้างบ้านอยู่ทางทิศตะวันตก ห่างจากบ้านปู่เซียงเหนือประมาณ ๕๐ เมตร (บ้านนางเย็น ในปัจจุบัน)  พ่ออุ้ยพรม(พ่อลุงเกิ้น) ปลูกสร้างบ้านอยู่ทางทิศใต้ ห่างจากบ้านปู่ประมาณ ๑๐๐  เมตร (ปัจจุบันบ้านหลังนี้รื้อถอนแล้ว คือบริเวณระหว่างบ้านครูหล้า กับบ้านพี่สวรรค์)
เมื่อได้บ้านเรือนครบ  ๗ หลัง ก็เริ่มมีกำลังใจดีขึ้น  ผู้คนไปมาหาสู่กันเกิดเป็นเส้นทางเดินลัดเลาะถึงกันครบทุกหลังคาเรือน  การทำมาหากินก็ปกติ  แต่สิ่งที่แก้ไขไม่ตกคือ เสียงผีนกกะหลอ  คนมากขึ้นความกลัวก็มีมากขึ้น จึงปรึกษาหารือกัน  แล้วตกลงนิมนต์พระมาอยู่ด้วย เพื่อเป็นที่พึงทางใจ พร้อมกับสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นทางทิศตะวันออกห่างจากบ้านแม่อุ้ยไข่  ประมาณ ๑๐๐  เมตร (เป็นที่ตั้งสถานีอนามัยในปัจจุบัน)  พระภิกษุที่นิมนต์มาอยู่ครั้งแรก ชื่อ พระภิกษุอินทร์ (เป็นญาติของยาคูนวล หรือเจ้าอธิการนวล  วัดศรีบุญเรือง บ้านนางัว)  พระคุณท่านได้แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล ไปให้เป็นประจำ นกกะหลอก็ลดน้อยลง เนื่องจากได้รับส่วนบุญสุนทาน  ในที่สุดก็หมดไป  เมื่อผู้คนทราบว่าไม่มีนกผีกะหลอแล้ว  จึงพากันอพยพมาอยู่ด้วยหลายครอบครัว ได้แก่ พ่อทอง  บุตราช,  พ่อฮึม  บุตราช,  สองพี่น้อง พ่อทองเป็นพี่พ่อฮึมเป็นน้อง  พ่อทองสร้างเรือนอยู่ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากบ้านแม่อุ้ยไข่ ประมาณ ๕๐ เมตร   ส่วนพ่อฮึมสร้างบ้านเรือนอยู่ทางทิศใต้ห่างจากบ้านพี่ชายประมาณ ๑๐๐ เมตร (ปัจจุบันอยู่หลังบ้านนายสิน บุตราช)  รวมบ้านเรือนขณะนี้ได้  ๙  หลัง
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓  เป็นช่วงจัดงานบุญขอดสิมบ้านนางัว  ท่านกับพ่อพากันไปเอาก้อนหินที่บ้านพาน  ตำบลขมิ้น นำมาทำลูกนิมิตร่วมขอดสิมและพบคู่ครองที่บ้านพาน ชื่อ “สีพา”    หลังจากแต่งงานแล้ว ก็ใช้เวลาถากหินนานพอสมควรจนเป็นลูกกลม พอดีทันกับบุญขอดสิม เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๕๓  หลังจากนั้นก็พาครอบครัวอพยพไปอยู่บ้านแก้งท่าลับ  อยู่ได้ระยะหนึ่งก็กลับมาอยู่ที่นี่อีก ประมาณ ๑๑ ปี  ก็ได้บุตรชาย ชื่อ “พัน”  หรือ พระครูสุวรรณปทุมาภรณ์ ในปัจจุบัน  ท่านเกิดเมื่อวันที่   ๑๔  มิถุนายน  พ.ศ. ๒๔๖๔
นอกจากไทบ้านนางัวแล้ว  ยังมีฮ้ายน้องหมู่เฮาซาวอุบล อพยพมาตั้งบ้านเรือนด้วย  ดังนี้

๑. นายสิงห์  บุญยู มาจากบ้านหาด  อำเภอม่วงสามสิบ  ได้กับลูกสาวพ่ออุ้ยทองชื่อ ยี่  เป็นต้นกระกูล “บุญยู” สร้างบ้านเรือนอยู่บริเวณบ้านลุงหวิน  ลุงดา และบ้าน อ.บ.ต.หวาน ในปัจจุบัน  ได้ลูกชายคนแรกชื่อ “แอ” หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม “ทหารแอ” ลูกชายคนที่สองชื่อ “เขียว”
๒. พ่อเฒ่าตาบอด  อุดมสิน  คู่สมรสไม่ทราบชื่อ  พาลูก ๓ คน ชื่อลัด  ลิด  และปิ่น  มาจากบ้านอำนาจ  อำเภออำนาจเจริญ   สร้างบ้านเรือนอยู่ตรงบริเวณบ้านนางโฮมในปัจจุบัน    อยู่มาได้ระยะหนึ่ง    พ่อเฒ่าตาบอด พร้อมลูกชายคนกลาง    ไปตั้งบ้านอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ระยะห่างจากห่างบ้านเราประมาณ  ๒ กิโลเมตร(ทางไปบ้านหนองลาด)อยู่ติดกับที่นาของตัวเอง ปัจจุบันยังเรียกว่า”นาพ่อเฒ่าลิด” เอาชื่อลูกมาเรียกแทนชื่อพ่อ   ส่วนพ่อปิ่น  สร้างบ้านเรือนอยู่ทางทิศใต้ใกล้กับบ้านพ่อขุน  ทองเกี้ยง
๓. พ่อโม้ + แม่น้อย  ประณต  มาจากบ้านคำสร้างถ่อ  อำเภอหัวตะพาน  สร้างบ้านเรือนอยู่ตรงบ้านแม่ทองสี ประณต ในปัจจุบัน ได้ลูกสาวคนแรกชื่อ “บุญมี” คนที่สองชื่อ “คุลี”  หรือเป็นที่รู้จักกันในนามแม่ขาวพรมในปัจจุบัน
เมื่อ ๓ ตระกูลนี้มาอยู่ได้ระยะหนึ่ง อ้ายน้องทางอุบลก็ฮู้ว่า บ้านหนองบัวสร้าง เป็นบ้านอุดมสมบูรณ์  มีหนองน้ำล้อมรอบ  ข้าวปลาอาหาร บ่อึดบ่อยาก มีหลายอีหลีถึงกับมีคำเว้าว่า  “หัวปลาเฮ็ดก้อนเซ่า  ข้าวเก่าหว่านเฮ็ดสวนมอน” หัวปลาโตขนาดทำเป็นก้อนเซ่าตั้งหม้อข้าว หม้อแกงได้ และข้าวเก่าหลายปีกินไม่หมดเต็มยุ้งเต็มฉาง  ต้องขนออกทิ้งหว่านใส่สวนหม่อนทำเป็นปุ๋ย จึงจะเอาข้าวใหม่มาใส่แทนได้   พากันอพยพจากเมืองอุบลโดยทางท้าวและเกวียน  หลายวันหลายคืนพักแรมมาเรื่อยๆ  เก็บผัก หักฟืน หุงหาอาหารตามรายทาง  เมื่อมาถึงบ้านเซียงเครือเห็นว่าทำเลเหมาะใกล้กับหนองหาน  จึงสร้างหลักปักฐานอยู่ที่นั้นส่วนหนึ่ง  อีกส่วนหนึ่งก็มาอยู่กับปู่เซียงเหนือ มาสร้างเรือนอยู่ทางทิศใต้ยาวไปทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน    พี่น้องที่มาจากเมืองอุบลเพิ่มอีก
๑. พ่ออุ้ยสง  บุญยู  เป็นน้องชายพ่ออุ้ยสิงห์ มาจากบ้านหวดม่วง อำเภอม่วงสามสิบ ได้กับแม่อุ้ยตา  มีลูกเป็นที่รู้จักกันคือ  นายทองแต้ว  และนางแตะ 
๒. พ่อบิน + แม่หนู สายสมร มาจากบ้านคำม่วง  อำเภอม่วงสามสิบ  ได้ลูกสาวคนแรกชื่อ “ถิน” มาจากบ้านคำสร้างถ่อ  สร้างบ้านเรือนอยู่ตรงบ้านนางพูน(สะใภ้)   ในปัจจุบัน
๓. พ่อชม + แม่โล้น  ชมพูจันทร์  มาจากบ้านเหล่าขวาว  มาสร้างบ้านเรือนอยู่ตรงบ้านนายนี  ได้ลูกชายคนแรกชื่อ “แหวง”    สร้างบ้านเรือนอยู่ตรงบ้านนายนี(ลูกชาย) ในปัจจุบัน  
๔. พ่อคำพา + แม่ผิว  สายสุด  ปัจจุบันยังอยู่ ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านบุตรสาวชื่อ นางกา โกสาแสง
 ๖. พ่อคำ + แม่แดง  วันละ มาจากบ้านคำสร้างถ่อ อำเภอม่วงสามสิบ ได้ลูกคนแรกเป็นผู้ชายชื่อ “กา” หรือจารย์กา วันละ  บ้านที่ท่านสร้างปัจจุบันได้รื้อถอนแล้วปลูกสร้างใหม่ ผู้ที่อยู่บ้านหลังนี้ คือ บุตรสาว ชื่อ นางบุญนา  วันละ
 ๗. พ่อทิดหนูทอง + แม่สิงห์  วันละ  มาจากบ้านคำสร้างถ่อ ได้ลูกชายคนแรกชื่อ “แก้ว”  บ้านที่ท่านสร้างแต่ก่อนเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง  ปัจจุบันได้รื้อถอนสร้างใหม่เป็นบ้านชั้นเดียวติดพื้น
  ๘. พ่อพา +แม่ถิน  ไชยารักษ์  มาจากบ้านคำข่า  อำเภอม่วงสามสิบ ได้ลูกชายคนแรกชื่อ “ทิน”  บ้านที่ท่านสร้างเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง ปัจจุบันยังอยู่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงรูปทรงบางส่วน
 ๙. พ่อท่อน + แม่เป้ง  พานะลม มาจากบ้านคำสร้างถ่อ ได้ลูกสาวคนแรกชื่อ “ตุ้” บ้านที่ท่านสร้างเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง  ปัจจุบันได้รื้อถอนสร้างใหม่
 ๑๐. แม่เฒ่าด้วง(อือ) + พ่อเฒ่าพรม  โพธิจันทร์ มาจากบ้านคำม่วง ลูกเป็นที่รู้จักกัน ได้แก่ พ่อบุญมี ซึ่งได้กับแม่กลม        
 ๑๑. นายทหารไม  ชาลีหอม(ไม่ทราบชื่อคู่สมรส)  ลูกเป็นที่รู้จักกัน ได้แก่  นายบัว  นายบัวแต่งงานกับนางแล ได้ลูกสาวคนแรกชื่อ “น้อย”
 ๑๒. พ่อคำดี +แม่คำมี  สุดใชยา    ลูกเป็นที่รู้จักกันได้แก่   นายพัน  แต่งงานกับนางซอม 
 ๑๓. พ่อเฒ่ากูด เครื่องจันทร์(คนสมัยนั้นมักเรียกชื่อท่านว่า พ่อเฒ่ากูดหัวปาน)   ลูกเป็นที่รู้จักกันได้แก่นายแหลว (คนสมัยนั้นมักเรียกชื่อท่านว่า แหลวลอดฟ้า)  
 ๑๔. พ่อทา + แม่แนน  สีหาราช  มาจากบ้านตาล  ได้ลูกคนแรกเป็นผู้ชายชื่อ “อุ่น”
อยู่มาหลายปี  บ้านหนองบัวสร้างมีอ้ายน้อง  ประชากร พลเมืองเพิ่มมากขึ้น กิติศัพท์ชื่อเสียง ความอุดมสมบูรณ์ก็แผ่ไปทั่ว (ความจริงแล้วความอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้อยู่ที่บ้านหนองบัวสร้างเพียงแห่งเดียว ยังมีแหล่งทำมาหากินอื่น เช่นที่ ลำน้ำอูน ท่าช้าง ห้วยแผ่บู่  ห้วยเลิ่ก  ห้วยเตย  ห้วยผักหนาม   ห้วยคึม  ซึ่งจะได้กล่าวในตอนต่อไป )

พี่น้องมาจากบ้านนางัวสมัยที่สอง

๑. พ่ออุ้ยเซียงพัง + แม่อุ้ยญ้อ  ได้พาลูกสาวคนสุดท้องมาอยู่ด้วยชื่อ “ลอง”
๒. พ่ออุ้ยฟอง + แม่โม้   ไชมะโย  ลูกชายคนแรกชื่อ “หยาด”
๓. พ่ออุ้ยเคน + แม่แปง  โคตรพรม  ลูกชานคนแรกชื่อ “คาน”
๔. ลุงตกม้า + แม่อุ้ยหนู  โกสาแสง  ลูกสาวคนสุดท้องที่รู้จักกัน คือ “แม่มา โกสาแสง”
๕. พ่อเฒ่าทิดอ่อน +แม่เฒ่าทอง   ลูกสาวคนแรกชื่อ “ตาล”
๖. พ่อจารย์พัน +แม่ต้อย  อ่อนสีคะ  ได้ลูกชายคนเดียวชื่อ “เคน”  

 พี่น้องมาจากจังหวัดเลย

ครอบครัวที่มาจากจังหวัดเลยมีครอบครัวเดียว  คือ พ่ออุ้ยจานบัง – แม่อุ้ยใบ   ได้ลูก  ๑๑  คน ดังนี้  นายคาน   นายลาน  นายใส  นายเปี่ยน  นายนา  นายบุญมา  นายบุญมี  นายจันที  นางสุนี  นายบัวลี  และนายรังสี(คำพี)  

ที่มาคำว่า  หนองบัวสร้าง

 ทางทิศใต้ของหมู่บ้านมีหนองเป็นแนวยาวจากหนองบัวสุด   หนองบัวซ้ง   หนองบัวใหญ่ หนองบัวกลาง  ที่ชื่อว่า “ หนองบัว” เนื่องจากสภาพหนองหล่านี้มีบัวขึ้นเต็ม  มีบัวขาว บัวแดง  สลับกับต้นกก ต้ออ้อ  ต้นหญ้าและผือ  เขียวขจีทั่วหนอง  และเป็นน้ำคำ น่าแล้งก็ไม่แห้ง  ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “หนองบัว”  ส่วนคำว่า “สร้าง” (เดิมคงชื่อ “ส้าง” ตามภาษาภูไท หมายถึงบ่อน้ำ)  บ่อน้ำแห่งนี้อยู่ข้างหนองบัวซ้ง   พระครูสุวรรณปทุมาภรณ์  เคยเล่าให้ฟังว่า  ครั้งเป็นสามเณรผ่านไปบ้านหนองหอย เคยแวะฉันน้ำในบ่อ  กระบวยตักน้ำไม่มี ใช้ใบตองพันเป็นกรวยตัก
 เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๒๗  มีโครงการขุดลอกหนองบัวซ้ง  ยังพบขอบส้าง เป็นท่อนไม้วางระเกะระกะอยู่  คนสมัยก่อนเขาใช้ท่อนไม้เป็นขอบส้าง  วางอยู่ลักษณะไขว้สลับกัน ๔ ด้าน ตั้งแต่ขอบบนจนถึงขอบล่าง เพื่อกันดินพัง  จากคำว่า “ส้าง”  เมื่อเรียกนานเข้าก็กลายเป็น “สร้าง” หมายถึงการก่อสร้าง  รวมแล้วเป็น “หนองบัวสร้าง”  

ที่มาของคำว่าบ้านฮ้าง

โนนบ้านฮ้าง

โนนบ้านฮ้าง

โนนบ้านฮ้าง อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ระยะห่างประมาณ ๑ กิโลเมตร เดิมเคยเป็นที่อยู่ของคนลาวอพยพตั้งแต่สมัยเมืองลาวแตก  คนลาวเหล่านี้แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ที่
บ้านธาตุนาเวง   กลุ่มหนึ่งตั้งอยู่บ้านดอนกะเล็น  อีกกลุ่มหนึ่งก็มาตั้งบ้านเรือนอยู่โนนแห่งนี้  เมื่ออยู่ได้ไม่นานก็ย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเชิงชุม  และบ้านอุ่มจาน  มีร่องลอยที่พอเห็นคือ ต้นม่วง ๖ ต้น ต้นโพธิ์  ๓ ต้น
 สาเหตุที่อพยพออกจากบ้านฮ้าง ผู้เฒ่าผู้แก่ที่บ้านอุ่มจานเคยเล่าให้ฟังว่า  เนื่องจากความแห้งแล้ง  น่าแล้งไม่ค่อยมีน้ำกิน บ่อน้ำที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตได้แก่ บ่อน้ำที่นาลุงเก้า หรือนานายหนูผู้เป็นลูกในปัจจุบัน ตรงนั้นจะเป็นโพนค้อ     และสาเหตุอีกประการหนึ่ง เนื่องจากชาวบ้านล้มป่วยตายเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าผีเข็ด ผีขวง เมื่อมีการเจ็บป่วยก็จะรักษาโดยการเป่า เสก ร่ายเวทย์มนต์คาถา  เชื่อว่าหากทำพิธีกรรมแล้วสามารถทำให้คนหายจากโรคได้……..ลุงนุ สีหาราช    เล่าให้ฟังว่า  ตรงที่หัวไร่ปลายนาของท่าน เรียกว่าโนนป่าช้า เป็นที่เผาศพ  ฝังศพของคนบ้านฮ้าง   เมื่อถึงฤดูฝนน้ำจะซะล้างสิ่งปฏิกูล เชื้อโรคต่างๆมาสู่ที่ต่ำ  และไหลลงสู่บ่อแห่งนี้   เมื่อน้ำไปดื่มจึงเกิดโรคล้มตายดังกล่าว  (ไทบ้านอุ่มจานเคยเล่าให้แม่ขาวพรม ฟังว่า  “ พ่ออุ้ยเซียงเหนือ  ลาวคือเก่งแท้ มาตั้งบ้าน  น้ำในกะอุดมสมบูรณ์…ไทค่อยตั้งบ้าน  หลดอึดน้ำ)
 “โนนบ้านฮ้างยู่ทางทิศใด๋       ใก้บ่ไกพอไก่บินตก    ไก้บ่ไกทางทิศวันตก  
ย่างงกๆข้ามหนองซ้งแมว    ย่างไปแล้วพ้อต้นมะโม่งสอ   อุดข้าวบ้อกินแล้วแซบเด้อ
ใผ๋บ่เซ่อถามลุงคำล้า    เพิ่นเฮ็ดนายู่โนนอันนั้น”
       …บทประพันธ์  อาจารย์รวีวรรณ  ปริญญาพล ..

ที่มาของคำว่า ผีนกกะหลอ

บ่อน้ำนาลุงทิดเก้า

บ่อน้ำนาลุงทิดเก้า

 คำว่า “นกกะหลอ”  ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ตั้งชื่อนี้   แต่เป็นเรียกขานมาตั้งแต่บรรพบุรุษผู้มาก่อตั้งบ้าน  เป็นนกที่มักร้องในตอนกลางคืน คงเป็นสัตว์ที่ออกหากินในตอนกลางคืน  คงใช้เสียงอันหวยหวล เยือกเย็น น่าสะพึงกลัวของมันเรียกสะกดจิตสัตว์เล็กๆน้อยๆให้นิ่งแล้วตะคุบกินเป็นอาหาร   คนในสมัยนั้นจึงถือเป็นนกที่น่ากลัว และน่านับถือ  พ่อ-แม่ เคยอ้างเอาเสียงกะหลอมาสอนลูกในขณะที่ลูกร้องไห้ เอาไม่อยู่  เช่น อย่าร้องไห้นะ  เดี๋ยว  ผีนกกะหลอจะมาเจาะกินตา  เดี๋ยวผีนกกะหลอได้ยินเสียงร้องไห้มันจะมาเอาวิญญาณ  เด็กๆก็กลัวแม้ไม่เคยได้ยินเสียงของมัน  ก็จะหยุดร้องไห้ (เสียงนกกะหลอเป็นเสียง “หวยหวล” เป็นคำเล่าจากพระครูสุวรรณปทุมาภรณ์ )
สันนิษฐาน : นายสิงห์  บุญยู  เข้ามาครั้งแรกคงเป็นผู้บ่าว(ยังแม่แต่งงาน)      เพราะมาได้ลูกสาว    พ่อทอง  บุตราช ซึ่งเป็นลูกสาวคนที่สอง  และจากคำเล่าลือของนายสิงห์ นี้กระมัง ชื่อเสียงของบ้านหนองบัวสร้างจึงไปถึงพี่น้องที่อยู่อุบล “หัวปลาเฮ็ดก้อนเซ่า  ข้าวเก่าหว่านเฮ็ดสวนมอน” จึงได้พากันอพยพตามมา
 สังเกต : จุดตั้งบ้านเรือนที่มาจากบ้านนางัว  จะอยู่ทางทิศเหนือ อ้อมไปทางทิศตะวันออก   ส่วนผู้ที่มาจากอุบล   จะอยู่ทางทิศใต้  ยาวไปทางทิศตะวันตก (คงหม่อ หรือง่ายต่อการติดต่อกับบ้านเก่าเมืองเดิม)

 

จุดตั้งบ้านเรือน  ที่ปู่เซียงเหนือพาพี่น้องไทบ้านนางัวครั้งแรก

แผนที่ตั้งหมู่บ้านดั้งเดิม

แผนที่ตั้งหมู่บ้านดั้งเดิม



 flow1



flow2



flow3



flow4



flow5



flow6



flow7



flow8

4 ความเห็น Add your own

  • 1. ตูมตาม ยุทธศักดิ์ ไชมะโย  |  กรกฎาคม 10, 2010 ที่ 11:42 am

    สุดยอด

    บ้านเฮา

    ตอบกลับ
  • 2. สายฝน นาโควงค์  |  พฤศจิกายน 2, 2010 ที่ 3:35 am

    ได้รู้เกี่ยวกับสิ่งที่ไม่รู้มาก่อน

    ตอบกลับ
  • 3. ถาวรมาศ บุตราช  |  พฤศจิกายน 24, 2010 ที่ 4:56 pm

    อ่านประวัติหนองบัวสร้างแล้วรู้สึกประทับใจที่ได้ทราบที่มาที่ไปของบรรพบุรุษ ดิฉันมีสามีเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี( อำเภอม่วงสามสิบค่ะ) นามสกุลบุตราช สามีเคยเล่าให้ฟังย่อ ๆ แต่ไม่มีรายละเอียดเช่นนี้ เพียงแต่ทราบคร่าว ๆ ว่าสมัยก่อนมีผู้น้องไปตั้งรกรากทางสกลนคร ส่วนผู้พี่ตั้งรกรากจังหวัดอุบลราชธานีค่ะ อ่านเจอวันนี้ดีใจจังเลยค่ะ อยากทราบรายละเอียดค่ะ เห็นปรากฏชื่อ อาจารย์รวีวรรณ ปริญญาพล (ผู้ประพันธ์)อยากติดต่อกับท่านอาจารย์ทาง เมล์ที่อยู่นี้ค่ะ

    ตอบกลับ
  • 4. สมศักดิ์ บุตราช  |  ธันวาคม 11, 2010 ที่ 6:12 pm

    อยากทราบความเป็นมาและรายละเอียดนามสภุล “บุตราช” เพิ่มเติม ผู้เขียนประวัติบ้านหนองบัวสร้าง หรือบุตรหลาน “บุตราช” กลุ่มหนองบัวสร้างจะตอบกลับ และแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการสืบสานประวัตินามสกุล “บุตราช” ก็จะขอบคุณยิ่ง

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


%d bloggers like this: